ปัญหาผิวหน้าที่ควรพบหมอศัลยแพทย์

ปัญหาบนใบหน้าบางอย่าง​ Botox​ และ​ Filler​ ก็แก้​ไม่ได้​ ต้อง​ศัลยกรรมเท่านั้น ปัญหาที่พบบ่อยของคนไข้ที่ต้องผ่าตัด คือ

 

1.หนังตาตก (จากรูปด้านบน)​บางคนจะมีปัญหาหนังตาเยอะมาก ตกตามอายุ

ซึ่งจริงๆแลเวไม่แนะนำให้ไปฉีด Botox เพราะว่าหนังตามีไขมัน ถ้าเราไปฉีด Botox เพื่อยกหนังตา ตาเราจะดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ จึงแนะนำให้ไปผ่าตัดเอาไขมันชั้นตาที่หนาออกมากกว่า ผ่าครั้งนึงอยู่ได้ประมาน 10 ปี และในบางเคสอาจมีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซึ่งจะต้องให้ศัลยแพทย์ตรวจอีกทีนึง

 

2.ไขมันใต้ตา(จากรูปด้านบน)​ บางคนจะมีปัญหาถุงใต้ตาเยอะมาก ซึ่งจะต้องมีการผ่าตัดไขมันที่เป็นก้อนออก แต่บางคนจะมีทั้งกระดูกเบ้าตายุบและถุงไขมันใต้ตาเยอะ จะแนะนำให้ไปตัดถุงใต้ตาก่อน แล้วค่อยมาฉีดฟิลเลอร์แก้กระดูกเบ้าตาที่ยุบ

 

 

3.คาง ปัญหาที่พบบ่อย จะเป็นคางตัดหรือคางสั้น(จากรูปด้านบน)​ ไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสมบนใบหน้า  ที่จริงแล้วคางแก้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ได้ แต่ต้องมาคอยทำซ้ำๆ จึงแนะนำให้ไปผ่าตัดใส่ซิลิโคนดีกว่า แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเลือกใช้ซิลิโคน เพราะเคยเจอเคสที่ใส่ไปแล้ว ซิลิโคนไม่เข้ากับคาง จึงทำให้เห็นรอยต่อของช่วงกระดูกคางกับซิลิโคน

 

 

4.หน้าผากแบน หน้าผากแคบ (จากรูปด้านบน)​ ซึ่งสามารถฉีดฟิลเลอร์ช่วยได้ แต่การฉีดฟิลเลอร์ที่หน้าผากเป็นจุดที่อันตรายมาก เพราะเส้นเลือดหน้าผากเยอะมาก ถ้าฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือกมีโอกาสตาบอดได้ จึงแนะนำให้ไปผ่าตัดใส่ซิลิโคนดีกว่า

5.หน้าตก (จากรูปด้านบน)​ บางคนหน้าตกใช้ฟิลเลอร์ยกแล้วยังไม่สวยเท่าไร  จะแนะนำให้ผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งจะกรีดช่วงบริเวณหูแล้วดึงขึ้นมา

 

6.จมูก (จากรูปภาพ)​มีหลายคนจะกลัวการผ่าตัดมาก เลยอยากจะมาร้อยไหมหรือฟิลเลอร์มากกว่า  แต่จริงๆแล้วการร้อยไหมและฟิลเลอร์ มันช่วยได้ชั่วคราว ต้องทำทุกปี เจ็บตัวทุกปี แต่ถ้าผ่าตัดใส่ซิลิโคนเจ็บตัวแค่ครั้งเดียว และอยู่ได้ถาวร

 

แต่การจะไปทำที่คลีนิกไหน ควรมีการตรวจเช็คว่าคลีนิกได้รับอนุญาตและมีใบอนุญาตหรือปล่าว  หมอที่ผ่าตัดเป็นศัลยแพลย์จริงๆหรือปล่าว

หนังตาตก.jpg
ไขมันใต้ตา.jpg
คางสั้น.jpg
หน้าผากแบน.jpg