โบท็อกไปแล้วมีปัญหา…..

     มีคนมาเม้นถามว่าฉีดโบท็อกไปและมีปัญหา วันนี้หมอจะมาพูดถึงปัญหาที่เกิดจากโบท็อกว่ามันเป็นอะไรที่แก้ได้ หมอจะค่อยๆไล่ไปทีละปัญหา ส่วนตัวหมอเองก็เคยเจอปัญหาโบท็อกเพื่อนฉีดให้ก็เกิดปัญหา ถ้าเราทำเคสเยอะเราก็มีโอกาสที่จะเจอปัญหาอยู่แล้ว เช่น หมอเคยฉีดโบท็อกให้คนไข้แล้วมีปัญหาตาตก เพราะฉะนั้นคนไข้ที่เคยมีปัญหาฉีดโบท็อกมาแล้วตาตกให้แจ้งหมอคนใหม่ที่เราไปฉีดด้วย ส่วนตัวของหมอก็คือจะมีคิ้วด้านหนึ่งที่มันกระดกซึ่งเป็นทุกครั้งที่ฉีด ถ้าหากเราเปลี่ยนหมอแล้วก็ยังเป็นอยู่แสดงว่ามันเป็นที่ตัวเรา  ที่ ดีว่าดี คลินิก เราจะฉีดโบท็อกตามขนาดกล้ามเนื้อ เพราะฉะนั้นการฉีดโบท็อกปัญหาที่เจอเนี่ยเราจะเจอตั้งแต่การเขียวช้ำ เพราะใบหน้าของเรานี่มีเส้นเลือดเยอะมากเลย ส่วนตัวหมอฉีดมาหลายเคสมากแล้วก็จะพูดเสมอว่าหน้าเรามีโอกาสที่จะเขียวช้ำ คำถามที่คนไข้ถามกลับมาก็คือมันจะเขียวหรือบวมช้ำอยู่กี่วันซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับผิวเรา ถ้าเราเป็นคนที่แขนขาชนโต๊ะแล้วเขียวโดยส่วนตัวหมอเป็นคนเขียวง่าย ก็จะเขียวไปประมาณ 2 อาทิตย์ ก็เตรียมตัวไว้เลยว่าเราอาจจะมีอาการเขียวได้และใช้เวลาประมาณนั้น หมอถึงบอกว่าเวลาจะใช้หน้าเราควรจะเว้นประมาณเดือน 2 เดือน หรือฉีดโบท็อกถ้าหากมีปัญหาขึ้นมาเราควรจะแก้ไขได้ อย่างของเกาหลีจะอยู่ได้ประมาณ 4 เดือน ถ้าตัวยาเข้าไปในกล้ามเนื้อเราแล้วทำอะไรไม่ได้แล้วนะมีแต่จะทำให้มันสลายเร็วขึ้น มีหลายเคสที่เราเห็นใน tiktok ว่าฉีดไปแล้วตาตก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้อันตรายถึงชีวิตแต่มันจะอยู่กับเราไปยาวๆ 4 เดือนจนกว่ามันจะสาย หรือการที่เราฉีด botox ไปบริเวณหน้าผากคนอายุเยอะๆ แล้วเขาบอกกับเราว่ารู้สึกตาตกจริงๆแล้วตาเขาไม่ได้ตกแต่ความสามารถในการเลิกคิ้วของเขามันลดลง เพราะฉะนั้นรุ่นคุณแม่ที่อายุเลข 5 เลข 6 เราจะต้องฉีดตั้งแต่กลางหน้าผากขึ้นไปเพื่อให้คิ้วเขายังขยับได้ จริงๆแล้วมันเป็นมาตรฐานของคลินิกถ้ามีการฉีดโบท็อกต้องมีเครื่อง RF เครื่องความร้อนในการวนกล้ามเนื้อให้โบท็อกสลายเร็วขึ้น หมอถึงบอกว่าถ้าเราฉีดโบท็อกไปแล้วเราเข้าซาวน่า ออนเซนหรือกิจกรรมที่มีความร้อนโบท็อกเราก็จะสลายเร็วขึ้น มีเคสคนไข้ที่มีแฟนคนญี่ปุ่นที่ต้องไปออนเซ็นประจำโบท็อกก็จะสลายเร็วขึ้นอันนั้น 2 เดือนสลายแล้วแต่ถึงจะสลายเร็วยังไงก็ต้องรอ 4 เดือนถึงจะเติมได้ บางคนรู้สึกว่ามีแผ่นอะไรแปะอยู่ที่หน้าผากแต่จริงๆแล้วมันไม่มีแต่เป็นเพราะเราขยับกล้ามเนื้อตรงนั้นไม่ได้ แต่บางคนที่ฉีดและตาตกมากๆจนขับรถไม่ได้ก็มียาหยอดตาที่ชั่วคลายกล้ามเนื้อบริเวณนั้นให้มันเยอะแต่ต้องหยอดตลอดเวลา แต่บางคนก็ฉีดมาเด้คอลลาเจน เพราะมาเด้เข้าไปดีท็อกซ์ผิวก็อาจจะช่วยดีท็อกเอาโบท็อกออกไปด้วย อีกอันนึงก็คือจะยิ้มแปลกๆ เกิดได้ 2 กรณีคือ Botox ตามกับฉีดตีนกาและเข้ามาโดนกล้ามเนื้อรอบๆดวงตา แสดงว่าเราฉีดลึกเกินไป อย่างที่บอกหมอก็เคยมีเคสที่ทำพลาดเหมือนกันหมอถือพูดได้เต็มปากว่าเรามีโอกาสที่จะพบได้ หมอทุกคนพยายามที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาอยู่แล้วแต่เมื่อปัญหาเกิดขึ้นบอกทุกคนก็ต้องแก้ไขให้คนไข้ อย่างของหมอถ้ามีคนไข้ inbox เข้ามาถามอย่างมันตึงไปหรือหย่อนไปมีปัญหาอะไรหมอก็จะบอกตลอดว่าเข้ามาหาได้เลย ล่าสุดก็ยังมีเคสที่ทักเข้ามาหาหมอว่ามันเป็นก้อนคนไข้คล้ำได้อันนี้หมอก็จะบอกให้เข้ามาพบหมอเลยเพราะว่าถ้ามองไปแล้วไม่เห็นก้อนยิ้มมาแล้วไม่เห็นก้อนอันนี้ถือว่าโอเค ดังนั้นการคุยกันไม่ใช่คุยแค่ก่อนฉีดแต่การหลังฉีดก็ยังมีการคุยกันอยู่เสมอ หากมันเป็นอาการที่ปกติหมอก็จะบอกว่าปกติบอกตามความเป็นจริง กรณีฉีดลางกล้ามเนื้อเคี้ยวของเราแต่มันจะมีกล้ามเนื้อที่พาดอยู่ระหว่างคางกับคอเราต้องการคลายมันแล้วเราฉีดพลาดไปโดนกล้ามเนื้ออีกมัดหนึ่งก็จะเกิดการที่คนไข้ยิ้มปากเบี้ยวได้ หากหลายคนที่ฉีดหลายครั้งแล้วกับหมอหลายคนแต่เกิดปัญหาเดิมแสดงว่ากล้ามเนื้อของเรามันยาวไปมากกว่าคนอื่น หลักๆที่เจอบ่อยก็คือฉีดแล้วตาปิดยิ้มปากเบี้ยว มันแก้ได้แต่หมอเข้าใจว่าการที่เราต้องทนทุกข์กับอาการนี้ไปถึง 4 เดือนเราต้องใจเย็น และเรื่องริ้วรอยเราอย่าพยายามไปไล่ล่ามันทุกรอยเราเอาแบบพอประมาณ ฉีดเยอะฉีดมากเกินไปมันก็ทำให้ไปโดนกล้ามเนื้ออาจขยับได้น้อยลงทำให้ใบหน้าไม่เท่ากัน บางคนมีปัญหาระหว่างคิ้วขมวดคิ้วจนเป็นรอบเลข 11 บอกหมอว่าอยากให้ร่องหายไปบอกเลยว่าโบท็อกมันทำไม่ได้ต้องใช้ฟิลเลอร์ ซึ่งตรงนั้นเส้นเลือดมันเยอะมากแนะนำให้ไปทำกับอาจารย์หรือกับหมอบีก็ทำอยู่ แต่อย่างไรก็คือฉีดโบท็อกไปแล้วต้องนัดติดตามผล 2 อาทิตย์เพื่อดูผล

#โบท็อกซ์ #โบไปแล้วมีปัญหา #ปัญหาโบท็อก

293283819_1850723198470902_6885110780625878375_n.jpg