เมโสในคลินิกหมอ

        เมโสจะคล้ายๆเป็นการทาครีม เมโสจะเป็นการแก้ปัญหาผิวระดับตื้นๆ ถ้าลึกกว่านั้นเมโสจะแก้ไม่ได้ การฉีดเมโสเป็นเรื่องเสริม ไม่ใช่วิธีการรักษาหลัก ตัวเมโสที่ถูกพูดถึงหลักๆจะเป็นเมโสแฟต เมโสแฟตมีหน้าที่ทำให้โมเลกุลไขมันเราแตกตัวการที่จะเอาออกจากร่างกายเราต้องช่วยด้วยวิธีการอื่นเราต้องออกกำลังกายเราต้องเบิร์นออก ฉะนั้นเราต้องทำวิธีการอื่นร่วมด้วยต้องอดอาหารทำฟาสติ้ง ออกกำลังกาย หมอจะให้ลองฉีดกันได้แค่คนละ 3 ขวด เพราะแต่ละคนตอบสนองลดได้มากน้อยไม่เท่ากัน เพราะพฤติกรรมการเบิร์นออกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อีกสองตัวที่ไม่ค่อยได้พูดถึงคือตัวฟิวชั่นเรเดียนช่วยให้ผิวหน้าขาว อีกตัวคือฟิวชั่นแอคเน่ อน่นอนว่าจะช่วยเรื่องสิวหมอจะย้ำเสมอว่าเมโสสิวไม่ใช่วิธีหลักในการรักษาสิว สามารถฉีดได้ทุกอาทิตย์ เมโสฝ้ากับเมโสสิวฉีดแล้วเจ็บเพราะทั้งสองตัวมีวิตามินซี ฉีดเข้าไปจะปวดๆ การรักษาฝ้าที่ทำ Pico sure และฉีดเมโสฝ้าเป็นวิธีที่รักษาเม็ดสีแต่ไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้เกิด การทำหัตถการไปแล้วหลังจากนั้นจะเป็นเรื่องของคนไข้เองว่าปฏิบัติตัวยังไง มีพฤติกรรมการกระตุ้นฝ้ามั้ย

          ต่อไปเป็น Reverse ตัวนี้เป็นไฮย่า ไฮย่าตัวนี้ต่างกับไฮย่าแบบทาใช้ฉีดเข้าไปในผิวมิลถึงสองมิล ส่วนวิธีการที่จะฉีดสี่ขวดแรกควรฉีดทุก 2 สัปดาห์ มันเป็นวิธีการที่บริษัทเค้าได้ทำการทดลองมาแล้วว่าได้ผลดี ตัว Reverse ด้วยการที่มันต้องฉีดทั่วหน้ามันต้องมีรอยช้ำรอยเขียว ถ้าใครที่เขียวช้ำง่ายแบบหมอต้องทำใจเลยว่าฉีดไปมีเขียวแน่นอน แต่มันก็ไม่ได้เขียวอะไรมากเป็นแค่ตรงรอยสิว

          ต่อไปเป็นเมโสหลุมสิว หมอจะย้ำเสมอว่าเมโสไม่ใช่วิธีหลักในการรักษามันเป็นวิธีเสริม หลุมสิวมันจะมีการรักษาด้วยหลายวิธี ในอนาคตหมอวางแผนวิธีการรักษามันต้องรักษาจากด้านล่างด้วยและต้องกระตุ้น เราต้องตัดผังผืดก่อนแต่การตัดผังผืดอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ผิวของเราฟูขึ้นมาได้เราต้องใส่สารฟื้นฟูด้วย ถ้าไม่ทำอะไรเลยมันจะกลับไปติดกันได้เหมือนเดิม ตอนนี้ที่หมอมีแค่เดอร์ม่าแคร์ซึ่งถ้าใครไม่อยากไปรักษาโดยการยิงเลเซอร์ให้เลือดสาดก็มาฉีดได้เพื่อเป็นการรักษาเบื้องต้นไปก่อน

เมโสแฟตยี่ห้อ-babi-Neo-one (1).jpg
REVS-NCFS-140Hpn-300x300.jpg
296535736_431495109000427_4424870028518464852_n.jpg