สอนพนักงานใหม่ : โบท๊อกซ์ เมโสแฟต

 

หลัก ๆ พนักงานที่ดีว่าดีก็คือต้องเข้าใจ product แล้วก็เวลาคนไข้ถามเข้ามาในอินบ๊อกและตอนที่มาตรวจหลักๆคือต้องแนะนำให้ถูกแค่นั้นเอง ในหมวดของโบท๊อกซ์เราในคลินิกก็จะมีแค่สองยี่ห้อเท่านั้น หลัก ๆ ก็คือเราจะใช้โบ๊ทอกซ์ 50 ยูเป็นหลัก เหตุผลก็คือ เราป้องกันคำถามคาใจว่าของแท้หรือเปล่าผสมยังไงใช้ยังไงเราก็ตัดปัญหาโดยการที่ใช้ 50 ยู ต่อคนโดยสถิติส่วนใหญ่ที่บอกไปริ้วรอยส่วนบนก็คือหน้าผากตีนกาขมวดคิ้วโดยเฉลี่ยเราจะให้จบภายใน 50 ยู แต่วันที่คนไข้เข้ามาหมอตรวจได้แล้วว่าเค้ารอยเยอะจริงๆอาจจะต้องบอกให้เค้าซื้อ 100 ยู ถ้าคนไข้ซื้อ 100 ยู ยังไงก็จะต้องให้กล่องละ 50 ยู 2 กล่อง ถ้าไม่ขาดตลาดหมอจะใช้กล่อง 50 ยู ขวด 50 ยู ของอเมริกาจะเป็นสีแดงซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่ในท้องตลาดจะไม่เห็นขวด 50 ยู เราก็ต้องบอกเขาว่าสีมันไม่เหมือน 100 ยู ส่วนการเช็คของแท้ก็ของอเมริกาจะมีสติกเกอร์ลายน้ำมีวันผลิตวันหมดอายุชัดเจน กล่องให้คนไข้กลับบ้านแต่ที่เหลือไม่ให้เพราะมันเป็นขยะติดเชื้ออย่างขวดเนี่ยเราไม่ให้ถ้าคนไข้ถามว่าทำไมเอาขวดกลับบ้านไม่ได้ให้ตอบว่ามันคือขยะติดเชื้อถ้าวันนึงคนไข้เอาไปทิ้งขยะธรรมดาถ้าเค้าสืบมาได้ว่ามันมาจากคลินิกเรามันจะเป็นความผิดเพราะว่าการทิ้งขยะของคลินิกขยะติดเชื้อเราต้องเสียเงินให้โรงบาลและใส่ถุงแดงไปให้เพื่อไปฝากทิ้งกับเขา เช่นพวกเข็มฉะนั้นถ้าเป็นกล่องเอากลับได้ทุกคนแต่ที่ยังเห็นกล่องเหลืออยู่ในคลินิกคือส่วนใหญ่มาจากคนไข้ประจำเราเค้าไม่รู้จะเอาไปทำไมแล้ว แล้วถ้าเป็น Hugel สีเขียวก็จะเป็น 50 ยูเค้าจะมีคิวอาร์โค้ดให้สแกนคนไข้ก็เอาไปขูดเช็คเองสแกนเองได้เลยแต่อย่างนี้ที่บอกมันขาดตลาดเราก็เลยใช้ 200 ยู เราไม่ได้ปนกับใครอย่างเช่นเข็ม เราจะไม่ใช้ร่วมกัน ถ้าคนไข้ซีเรียสมาฉีดกับเราครั้งแรกเราห้ามดึงยาไว้ก่อนถ้าขวดไหนผสมใหม่ก็จะต้องผสมต่อหน้าเค้าเปิดกล่องต่อหน้าเขาถ้าคนไข้ประจำเค้าไม่ซีเรียสเราดึงยารอไว้ได้แม้แต่เมโสแฟตก็ดึงต่อหน้าคนไข้ ฉะนั้นริ้วรอยส่วนใหญ่ประมาณ 50 ยูกราม ถ้าไม่ใหญ่มากข้างละ 25 ยู เอาไว้ตอบอินบล็อคเผื่อลูกค้าถามว่าฉีดกรามใช้กี่ยู ต้องซื้อเท่าไหร่คลินิกเราไม่มีฉีดเป็นส่วน ๆ คลินิกเราจะมีราคา 50 ยู 100 ยู 200 ยู ไปเลยเพราะว่าการบริหารยาอย่างที่บอกมัน 50 ยู เราไม่รู้จะมาแบ่งทำไมแล้วเราก็ไม่ได้ฉีดจนเว่อร์หมายความว่าถ้าเค้าริ้วรอยน้อยแล้วมันเหลือเราก็จะมาฉีดขอฉีดกรอบหน้าอะไรให้เขาได้เราพยายามใช้ยาให้หมดภายในครั้งเดียวแต่ว่าโบท๊อกซ์เราจะนัดสองอาทิตย์มาดูผลคิ้วกระดกไหมตึงไม่ตึงเราก็มีขวดที่คอยเติมให้เขานิดหน่อยหน่อย ย้ำอีกทีคลินิกเราไม่ต้องย้ำ อาจจะมีอินบล็อคถามว่ามีย้ำฟรีไหมเราไม่ใช้คำว่าย้ำเราใช้คำว่านัดตรวจสองอาทิตย์เพื่อดูความเรียบร้อยซึ่งการดูผลหลังจากสองอาทิตย์นี่เราทำให้เขาฟรีอยู่แล้วฉะนั้นราคาเรารวมราคาหลังฉีดสองอาทิตย์ไปแล้วถ้าเกินสองอาทิตย์ส่วนใหญ่เราจะไม่ทำอะไรให้เขาแล้วเพราะว่าเค้าจะเสียงการดื้อโบถ้างั้นถ้าจะแก้อะไรเกี่ยวกับโบทอกควรจะแก้ภายในหนึ่งเดือนแรกฉะนั้นเราถึงนัดเขาที่สองอาทิตย์อีกทีโบท๊อกซ์เนี่ยถ้าเค้ามีแพลนที่จะใช้หน้าต้องถามเค้าถ้าเค้ากระชั้นชิดมากเลยเราจะไม่แนะนำให้เค้าฉีดเพราะถ้าคิ้วกระดกหน้าแข็งไปมันแก้ไม่ทันแล้วถามไปเลยอย่างนี้ถ้าเข้าเคสกับพี่พี่จะถามว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่อีกสองเดือนเราก็จะแพลนให้เค้าว่าช่วงเนี่ยอีกสองเดือนจะใช้หน้าควรจะฉีดโบท๊อกซ์วันนี้เลยเพราะว่าฤทธิ์ของโบทอกมาจะเข้าที่สวยงามเป็นธรรมชาติประมาณเดือนที่สองคำถามก็จะเจอบ่อยว่าฉีดไปแล้วมันเริ่มตึงเมื่อไหร่คือถ้ากล้ามเนื้อไม่ใหญ่มากมันจะเริ่มรู้สึกตั้งแต่สามสี่วันแรกแล้ว อย่างที่หมอไปไลฟ์กับหมอแดงว่า Nabota ออกฤทธิ์เร็วเค้าจะฉีดวันนี้วันรุ่งขึ้นรู้สึกตึงเลยเหตุผลคือยี่ห้อนั้นเค้ามีสองโมเลกุลในการออกฤทธิ์แต่ถ้าเป็น Hugel เนี่ยส่วนใหญ่ประมาณสามสี่วันแรกก็เข้าทีก็ตึงมากแล้วหน้าผากที่มันเงาอยู่นี่คือฉีดโบท๊อกซ์ คำถามที่เคยพูดไปย้ำอีกทีส่วนตัวแล้วทางคลินิกดีคลินิกเราไม่เห็นความแตกต่างระหว่างอเมริกากับเกาหลีเลยต่างกันที่ราคานะคะถ้าคนไข้ถามแบบเนี่ยถ้าเค้าต้องการรู้ให้ได้ว่ามันต่างกันยังไงบอกไปเลยว่าคนไข้ฉีดเมกาอีกคนนึงฉีดเกาหลีเดินมาดูไม่ออกว่าคนไหนฉีดยี่ห้ออะไรแต่ฟิวข้างในคนไข้อาจจะรู้สึกว่าอเมริกาธรรมชาติกว่าแต่อย่างที่บอกถ้าคนไข้แจ้งมาว่าขอธรรมชาติเราก็ทำให้ธรรมชาติได้ด้วยเทคนิคการฉีดแต่การฉีดแบบธรรมชาติก็ต้องเข้าใจว่ามันจะสลายเร็วเพราะว่าเราจะไม่ปักลึกถ้าคนไข้แบบเอาแข็งเวอร์อยู่นานถ้าอยู่นานอาจจะมีความรู้สึกแข็งเพราะว่ามันต้องปักเข้ากล้ามเนื้อโดยตรง ดังนั้นเทคนิคก็จะไม่เหมือนกันฉะนั้นส่วนตัวของพี่แล้วพี่ไม่รู้สึกว่ามันแตกต่างกันยังไงฉีดมันก็ตึงได้เหมือนกัน และส่วนตัวก็ไม่เคยฉีดของเมกาด้วยฉีดแต่เกาหลีมาตลอดฉะนั้นความซีเรียสเรื่องโบท๊อกซ์ในคลินิกเราคืออะไร เราอย่ามีส่วนในการดื้อโบของคนไข้เด็ดขาดถ้าคนไข้ Shopping มาหลายยี่ห้อแล้วเราต้องรู้ว่าคนเนี่ยมีสิทธิ์ที่จะดื้อโบแล้วนะเราต้องแจ้งก่อนที่เค้าจะฉีดกับเราถ้าเราซักประวัติเค้าได้ว่าเคยฉีดมาก่อนไหมคะยี่ห้ออะไรฉีดมาสม่ำเสมอก่อนหน้านี้เป็นยังไงถ้าเราซักความถี่ของเค้าได้ เราจะซีเรียสมากคนไข้มาหาเราเดือนที่สองหรือว่าเค้าฉีดกับคนอื่นมาแล้วพึ่งได้สองเดือนจะมาฉีดกับเรา พี่จะไม่ฉีดให้เขาแต่ต้องบอกเค้าเลยว่าต้องรอครบสี่เดือนถ้าเค้าไม่ได้ฉีดยี่ห่อ Hugel มานี่หลักเลยเค้ามาฉีดกับเราฉีดไปแล้วเค้าจะเปลี่ยนยี่ห้อฉะนั้นเราต้องถามย้ำกับเขาให้ได้ว่าเค้าต้องการเปลี่ยนยี่ห้อกับเราหรือเปล่า เพราะเรามีให้เขายี่ห้อเดียวเท่านั้นหรือเค้าจะเปลี่ยนไปเป็นอเมริกาก็ตามเราก็เน้นย้ำเขาว่าเราได้เตือนเค้าแล้วนะถ้าเค้ามาเปลี่ยนจาก Nabota แล้วมาเปลี่ยนเป็น Hugel เราต้องบอกเค้าว่าเค้ามีสิทธิ์ที่จะเสี่ยงดื้อโบไม่ได้มีการฟันธงแต่มีสิทธิ์ ถ้ารอบนี้เค้ามาฉีดกับเราแล้วเค้ามาบอกเราว่าฉีดไม่ค่อยตึงเลยค่ะเนี่ยคืออาการดื้อโบที่มาเกิดในรอบของเรา เราไม่ได้ทำให้เขาดื้อโบก่อนหน้านี้เขามีพฤติกรรมเสี่ยงดื้อโบมาอยู่แล้วเราก็เจอได้ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เจอบ่อย เราไม่ได้ซีเรียสว่าคนไข้เค้าจะต้องมาทำกับเราทุกครั้งเลยเราแค่บอกเค้าไปว่ารอบเนี่ยเราฉีดอะไรไปให้เขาถ้าเค้าจะฉีดรอบหน้าที่ไม่ใช่ของเราก็บอกไปว่าพยายามหาคลินิกที่มียี่ห้อนี้และก็เป็นของแท้ ส่วนโบท๊อกซ์อื่นๆอาจจะพูดเล็กลงนิดนึงเนาะย้ำอีกทีโบท๊อกซ์เนี่ยมันสกัดมาจากแบคทีเรียเวลามันส่งเนี่ยมันต้องแช่เย็นมันจะเป็นไอขาวแช่เย็นมาเวลามีของมาส่งที่คลินิกนับสต๊อกและรีบแช่เย็นทันทีหรือว่าดูบิลอะไรให้เรียบร้อยอย่าไปวางโบท๊อกซ์แช่ไว้กว่าจะเอาเข้าตู้เย็นเพราะตอนส่งมาเค้าก็ส่งแบบเย็นแล้ว เค้าจะเป็นไอขาวมันไม่ได้เป็นผงเป็นแค่ไอติดก้นขวดเวลาผสม 50 ยู 200 ยู 100 ยู ผสมไม่เหมือนกันนอกจากเรื่องริ้วรอยก็จะมีเรื่องลดกรามหลักๆก็คือต้องเข้าใจว่าโบท๊อกซ์มันไปคลายกล้ามเนื้อคนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมฉีดกราม

#เมโสแฟต #โบท็อกซ์ #ริ้วรอย #ลดเหนียง #ลดกราม 

293141540_1011909889470284_1037195295122370594_n.jpg