สอนพนักงานใหม่ : ฟิลเลอร์

 

ต้องรู้ก่อนว่าฟิลเลอร์ที่นำเข้าในประเทศไทยผ่าน อย.ไทย สารส่วนประกอบมันไฮยาลูรอนิค แอซิดก็คือเป็นสารไฮย่าก็คือเป็นสารที่อยู่ในผิวเราอยู่แล้วสกัดมาจากแบคทีเรีย ในคลินิกดีว่าดีเราก็จะขายแค่สองยี่ห้อเพราะจัดกลุ่มคนไข้เป็นสองกลุ่มอายุเยอะอาการมากกับอายุน้อยอาการน้อยถึงจะได้เข้าใจว่าทำไมเราใช้แค่สองยี่ห่อเราจะพูดยี่ห่อแรกก่อนที่เราใช้ก็คือ E.P.T.Q ก่อนหน้านี้เราก็เคยใช้ Neuramis ซึ่งเป็นเกาหลี E.P.T.Q จะมีสามเนื้อ เนื้อที่แข็งที่สุดหลักการที่มันแข็งก็เพราะค่าความหนาแน่นของมันหนาแน่นที่สุดเค้าจะทำมาใกล้เคียงกับกระดูก เพราะว่าฟิลเลอร์เนี่ยใช้แก้ไขโครงหน้าเป็นหลักคือหมายถึงกระดูกไขมันชั้นลึกแล้วก็มีผิวชั้นบนตัวที่แข็งที่สุดของ E.P.T.Q คือสีฟ้า S  500 มันจะแข็งมากในความที่แข็งมันก็จะชดเชยในส่วนที่กระดูก ยก,ขมับตอบ,คาง หรือการใช้ยกหน้าเทคนิคที่ดีว่าดีคลินิกเราจะใช้แบบยกพยุงโครงหน้าเป็นหลักเราไม่เน้นเติมเต็มลงไปถ้ามันเป็นรอยพับแปลว่าเราต้องดึงมันขึ้นไปแต่คือเราก็ต้องทำทั้งสองประโยชน์ คือเติมเต็มแล้วก็ให้เกิดแรงดึงด้วยอันนี้ก็จะได้เข้าใจเวลาตอบคนไข้ บางทีคนไข้มาหาเราเรื่องร่องแก้มเนี่ยบางคนงงว่าทำไมเราไม่ถมร่องแก้มให้เขา หน้าที่หลัก ๆ ของพนักงานก็คือถามเขาว่าเขากังวลเรื่องอะไร ในเรื่องฟิลเลอร์ปัญหาหลัก ๆ มันคือปัญหาที่กระดูกคนไข้ของเราก็คืออายุประมาณ 30 คนวัยนี้เขาจะต้องมีกระดูกยุบอยู่แล้วไม่ว่าส่วนไหนของหน้าฉะนั้นคำว่าใต้ตาลึกของเค้าเราจะไม่ฟันธงว่าเราจะใช้ตัวไหนให้เขาจนกว่าเค้าจะนัดเข้ามาหรือส่งรูปให้เราเข้ามาดูคร่าว ๆ จำนวนซีซีเราก็จะไม่ฟันธงเพราะว่าการดูรูปเราไม่สามารถฟันธงได้ เราจะให้ราคาให้เค้าไปดูว่าเค้าจะใช้งบประมาณนี้เพราะคนส่วนใหญ่เค้าอยากรู้ราคาก่อนเพื่อที่เขาจะได้ไปเทียบกับคลีนิคอื่นซึ่งเราจะบอกเขาตรง ๆ ในอาร์ตเวิร์คของเราจะบอกว่าฟิลเลอร์ใช้ตัวไหนเพื่อทดแทนอะไร หรือคนไข้อยากฉีดคางเป็นส่วนที่มันต้องปรับรูปทรงเพราะส่วนใหญ่คนไข้คืออยากยาวแต่มีคางตัด คางบุ๋มเราก็ต้องใช้ตัวแข็งให้เขา เวลาพนักงานรับเคสไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์หรืออะไรก็ตามเราจะมี OPD Card สิ่งที่พี่ต้องการรู้คือคนไข้แพ้ยาอะไรอยู่หรือเปล่าหรือถ้าเราซักได้ว่าคนไข้เคยฉีดมาก่อนหรือเปล่าก็ดีก็ถามเขาไปโรคประจำตัวเวลาฉีดฟิลเลอร์ที่อยากรู้เค้ามีเบาหวานเค้ามีอย่างอื่นไหมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ก็จะรู้ว่าจริง ๆ คือเรื่องความสะอาดเป็นเรื่องที่เราระวังเพราะ ณ วันที่เค้ามาฉีดฟิลเลอร์กับเราไป แล้วเค้ามีปัญหาเนี่ยถ้าเราจะต้องขึ้นศาลจริง ๆ ศาลจะต้องพิจารณาว่าวันที่เราฉีดเราทำได้เต็มที่หรือยังคือเรารักษาความสะอาดฉะนั้นที่ดีว่าดีเราจะต้องแจ้งคนไข้ว่าคนไข้จะต้องล้างหน้าเองด้วยเหตุผลนี้เพราะว่าเราซีเรียสกับเรื่องความสะอาดและสาว ๆ ก็จะแต่งหน้าเต็มกันอยู่แล้วถ้าเป็นคนไข้ประจำเราก็จะรู้ว่าเวลาเค้าไปทำไรที่เราเค้าจะไม่แต่งหน้ามา อย่างมากก็ทากันแดดแต่ถ้าเป็นคนไข้ใหม่ ๆ จะแต่งหน้าเต็มมาก็บอกให้เค้าเช็ดเครื่องสำอางแล้วก็ล้างหน้าเรื่องความสะอาดที่เราเตรียมอุปกรณ์ก็สะอาดพออยู่แล้ว  เคสที่จะต้องถ่ายรูป Before & After เสมอห้ามพลาดเลยก็คือเรื่องการถ่ายรูปของเคสฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ทำแล้วต้อง เปลี่ยนเลย ถ่ายรูปปุ๊บขึ้นทำระหว่างทำคนไข้ก็จะดูกระจกทำเสร็จมาถ่ายรูป After คนไข้จะต้องเห็นหน้าตัวเองในรูป After ก่อนที่จะกลับบ้านเพื่อจะได้ดูว่าคนไข้ไม่พอใจอะไรตรงไหนหรือสงสัยตรงไหนคือต้องถามไปเลยเพราะว่ามันเป็นไปได้ที่ฉีดไปแล้วภายในเจ็ดวันคนไข้จะมีปัญหาไม่ว่าจะปัญหาเล็กหรือปัญหาอะไร และหลังจากฉีดคนไข้จะนอยว่ามีการปวดบวมหรือคลำได้เป็นก้อนซึ่งเราก็จะต้องบอกคนไข้ว่าจะมีอาการบวมของฟิลเลอร์ จะรู้สึกว่าฟิลเลอร์อยู่ในหน้าประมาณหนึ่ง รับเคสหมอจะรับเคสชั่วโมงละคนเท่านั้นเพราะระหว่างที่เราทำเคสอยู่นั้นเราสามารถดูอาการคนไข้ดูอาการคนไข้ได้ด้วยว่าคนไข้จะมีความผิดปกติอะไรหรือเปล่าฉีดเสร็จปุ๊บกว่าคนไข้จะจ่ายเงินแล้วมันเป็นช่วงเวลาที่เราจะดูอาการเขา แล้วก็อย่างที่บอกใน package ฟิลเลอร์มันจะมีกล่องเวลาที่คนไข้เข้ามาเค้าจะไม่เคยฉีดกับเราเลยเราต้องแกะกล่องต่อหน้าเค้ามีความสำคัญเราอย่าไปแกะรอเขาไว้ก่อนเราแค่มาวางไว้เฉย ๆ ถ้าคนไข้คนไหนซีเรียสจะต้องตัดกล่องให้ดูก็ต้องทำแต่คนไข้ประจำเราไม่ค่อยเท่าไหร่มาถึงก็ฉีดเลยไม่ค่อยซีเรียสนั้น E.P.T.Q ถ้าเจอคนไข้ถามว่าเป็นของแท้ไหมเราก็ต้องตอบให้ได้ว่าดูจากคิวอาร์โค้ดให้สแกนทุกกล่องอยู่แล้วในหมวดของฟิลเลอร์ส่วนใหญ่เค้าจะมีเลขที่ผลิตเลขวันหมดอายุซึ่งเค้าจะมีสติกเกอร์หน้าที่ของพนักงานคืออะไรเอาสติกเกอร์แปะลงไปใน OPD Card แปะจำนวนตามซีซีที่คนไข้ฉีดคนไข้จะฉีด 10 ซีซีก็จะต้องแตะแต่ละอันลงไปเพราะว่าคนไข้มีปัญหาเกี่ยวกับฟิลเลอร์ปลอมเราจะเช็คกลับไปที่บริษัทได้ว่าคนไข้ใช้ยา Lot เนี่ยซึ่งมันเคยเกิดขึ้นแล้วมันเคยมีฉีดโบท๊อกไปแล้วเหมือนเป็นตุ่มแดง ๆ ทุกจุดที่เราปักไปแต่คนไข้คนนั้นเป็นคนเดียวในวันนั้นที่มีปัญหาแต่เราก็ต้องแจ้งบริษัทไปว่าทำไมเพราะเราไม่เคยเจอหรือเหมือนแพ้ซักอย่างหรือว่าถ้าตัวผลิตภัณฑ์มีปัญหาเราก็ต้องกลับมาเช็คนะวันนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นสำลีแอลกอฮอล์หรืออะไรก็ตามที่เราเช็คคนไข้ ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าเราก็ต้องรีเช็คให้ได้ต่อไปสีส้มมันจะเป็นเนื้อปานกลางจะไม่แข็งแต่ก็ไม่อ่อนฉีดอะไรถึงต้องมาฉีดอะไรได้บ้างก็จะฉีดแก้มตอบเฉพาะส่วนที่มันตอบแต่ส่วนที่เราต้องการดึงขึ้นเราใช้สีฟ้าฉะนั้นคนไข้ที่มีทั้งตอบทั้งห้อยเราใช้สีฟ้าดึงก่อน ซึ่งถ้าสังเกตพี่จะถามคนไข้ว่าคนไข้เน้นการดึงคือสิ่งที่เขากังวลคือความห้อยหรือความตอบกันแน่ฉะนั้นถ้าเค้ามีสองอย่างเราต้องดึงให้เขาก่อนนึกถึงภาพถ้าเราไม่ดึงให้เขาเราเติมแค่แก้มตอบสุดท้ายคนไข้จะมากังวลในความหย่อนอยู่ดีคนไข้อายุประมาณ 30 40 ปัญหาเขาคือเค้ารู้สึกว่าหน้าเค้าตกลงแต่บางทีเค้าอธิบายให้เราฟังไม่ได้หรือเค้าอาจจะมาด้วยเรื่องที่รู้สึกว่าหน้าเขาใหญ่ขึ้นซึ่งจริง ๆ แล้วมันคือทุกอย่างมันห้อยลงมาพวกนี้เราก็ต้องแปลความหมายให้เค้าฟังหรืออธิบายให้เค้าฟัง หลัก ๆ ก็คือสีส้มจะใช้แก้มตอบกับฉีดปากซึ่งปากมันเป็นเรื่องแฟชั่นมากบางทีเค้าต้องการปากกระจับเนี่ยเราต้องใช้สีส้มหรืออยากทรงชัดสุด ๆ บางทีเราต้องเอาสีฟ้าฉีดให้เขาแต่เราต้องเตือนเค้าว่ามันแข็งนะฉีดไปฟิวมันจะเหมือนมีก้อนอยู่ในปากสีเขียวนี้ใช้น้อยมากส่วนใหญ่ก็จะใช้ปากแบบแค่ต้องการความชุ่มชื้นคือทรงปากดีอยู่แล้วแค่มาเติมความชุ่มชื่นหรือขมับตอบส่วนที่มันว้าวไป สีฟ้าใส่ไปก่อนยังไม่เต็มปุ๊บเราจะใส่สีเขียววางบนผิวลงไปอีกทีเพราะว่าถ้าเราเอาสีฟ้าวางบนผิวมันจะเป็นคืนมันจะแข็งมันจะนวดยากฉะนั้นขมับมันก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราไม่สามารถฟันธงได้ว่าบางคนอินบล็อคมาหาเราเข้ามาใช้กี่ซีซีแล้วเค้าไม่ได้ส่งรูปมาหาเรา เราไม่สามารถฟันธงได้ใช่ไหมว่าคนนี้ใช้กี่ซีซีเราก็จะบอกว่าขั้นต่ำ 1 เพราะขมับถ้าเราไปฉีดเขามาก ๆใ นครั้งเดียวเค้าจะปวดและร้าวฉะนั้นค่อย ๆ ทำเวลาพี่ทำฟิลเลอร์ตอนที่พี่ประเมินเค้าไปบางทีเราจะเห็นว่ามีเขียนเป็น 10 ซีซีเลยแต่สุดท้ายแล้วคนไข้จะต้องเลือกทำในส่วนที่เขากังวลสังเกตว่าพี่จะไม่ทำเยอะในหนึ่งครั้งถ้าคนไข้ไม่เคยทำมาก่อน ฉะนั้นในการที่คนไข้มาแต่ละครั้งก็ไม่จำเป็นจะต้องอัดเข้าไปนอกจากคนไข้ที่มาไกลไม่สามารถมาหาเราได้บ่อย ๆ คนไข้ที่นี่ส่วนใหญ่ จะทำทุกสี่เดือนหรือจะทำอาทิตย์เว้นอาทิตย์ก็ยังได้เราต้องดูคำถามสำคัญที่เราควรจะถามคนไข้คำถามนึงคือเค้ามีแผนที่จะใช้หน้าเร็ว ๆ นี้หรือเปล่า เพราะเราไม่สามารถป้องกันความเขียวช้ำให้เขาได้คนไข้กินวิตามินซีอาหารเสริมมามันก็มีอยู่แล้วเลือดต้องออกหรือที่เจอประจำคนไข้จะแต่งงานอีกสองอาทิตย์แล้วคนไข้จะมาฉีดโบท๊อกกับเรา เราต้องเบรกเค้าเลยนะเพราะเราไม่สามารถการันตีได้ว่าคิ้วเค้าจะกระดกหรือเปล่าเค้าจะมีความเป็นธรรมชาติหรือเปล่ายิ่งคนไข้ไม่เคยฉีดเลย อันนี้เราต้องบอกเลยว่ามันไม่ควรฉีดใกล้งานขนาดนั้นเพราะถ้าเกิดมีปัญหาจะแก้ไขไม่ได้ทันทีฉะนั้นต้องถามเขาว่าเขาจะใช้หน้าประมาณไหนจะให้เค้าทักเราควรจะให้เขาทำอะไรก่อนที่เค้าจะใช้หน้าจริง ๆ ประมาณหนึ่งถึงสองเดือนเกิดความเขียวหรือเกิดอะไรขึ้นที่มันจะแก้ไขได้ทัน จบของ E.P.T.Q ฉะนั้นเวลาคนไข้ถามเราก็จะต้องตอบให้ได้ว่าแต่ละสีต่างกันยังไง สีฟ้าแข็งสุดอยู่ได้ประมาณหกถึงเก้าเดือนการที่เราบอกช่วงอายุของฟิลเลอร์เพราะการสลายฟิลเลอร์แต่ละคนมันไม่เท่ากัน เพราะปัจจัยในการสลายฟิลเลอร์มีอะไรบ้างกินเหล้าสูบบุหรี่หรือนอนน้อยเครียดหรือเอนไซม์ที่ย่อยฟิลเลอร์ในตัวของเราแต่ละคนไม่เหมือนกันนะ จะบอกยังไงถ้าคนเคยฉีดเค้าจะรู้ว่าฟิลเลอร์หรือโบท๊อกเค้าไปที่เดือนที่เท่าไหร่ ในความที่มันแข็งมันจะอยู่ประมาณหกถึงเก้าเดือนสีส้ม อ่อนลงมาก็จะอยู่ได้ประมาณหกเดือนส่วนสีเขียวอาจจะอยู่ได้สองถึงสี่เดือนเลยสำหรับตัวอ่อน อันนี้ก็จบสำหรับ E.P.T.Q ต่อไปเป็นฟิลเลอร์อเมริกาด้วยความที่ยี่ห้อเค้าเก่าแก่เค้าขายมานานฟิลเลอร์เค้าจะมีหลายรุ่นฉะนั้นในหน้าหนึ่งคนปัญหามันเกิดหลายชั้นมันเลยต้องมีหลายรุ่น ตัวแข็งสุดก็จะใช้เป็นตัว Voluma เป็นหลักตัวนี้จะแข็งมากอยู่ได้ประมาณสองปีบริษัทบอกเรามาสองปีแต่จริง ๆ แล้วมันจะเริ่มสลายเดือนที่สิบแปดอย่างที่บอกปัจจัยในการสลายฟิลเลอร์ซึ่งตั้งแต่ทำมายังไม่เคยเจอคนที่สลายเร็วแบบหนึ่งปีสลาย การฉีดฟิลเลอร์ในหน้าของคนเราก็มีส่วนเช่นปากหรือร่องแก้มที่ขยับตลอดเวลาจุดนี้จะทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วด้วยฉะนั้นพวกคางพวกฟิลเลอร์ยกหน้าไม่ค่อยสลายเร็วเท่าไหร่แต่ปากไปเร็วคำถามที่คนไข้จะถามบ่อยคือกินของร้อน เรื่องความร้อนไม่ค่อยมีผลต่อฟิลเลอร์จะมีผลต่อโบท๊อก ด้วยความที่มีหลายเนื้อแต่ละเนื้อราคาไม่เท่ากัน สำหรับตัว Voluma ก็คล้าย ๆ S 500 ถ้าเราเทียบกันฉะนั้นคนไข้ก็จะถามว่าทำไมหมอมาตัดสินมาแนะนำให้ฉีด Voluma เราก็จะอธิบายว่าหน้าเค้าตกเยอะแรงดึงของมันเยอะกว่า เราจะแกะฟิลเลอร์ตอนที่คนไข้เข้ามาในห้องทุกเคสจะไม่มีการแกะรอคนไข้เข้ามาในห้องฉีด ต่อไปตัว volift ตัวนี้ก็จะใช้ฉีดปากเป็นหลักตัวนี้จะอยู่ได้หนึ่งปีตัวอ่อนปานกลางซึ่งถ้าเทียบกับ E.P.T.Q ก็จะคล้ายสีส้มแต่สีส้มหกเดือนตัวนี้หนึ่งปี ย้ำอีกทีตัว Voluma แข็งที่สุดใช้ดึงหน้าเติมขมับเติมคางส่วน volift แข็งปานกลางใช้เติมปากเติมร่องแก้ม ตัวต่อไปเริ่มอ่อนลงมาก็คือตัว Vobella มันก็จะเกิดมาด้วยการเข้าไปพยุงใต้ตาชั้นลึก สำหรับคนที่กระดูกกร่อนเยอะ  ส่วนตัวสุดท้ายที่จะเข้าไปเบ้าตาได้ก็คือตัว Volite ส่วน Vobella ก็อยู่ได้ประมาณแปดเดือนถึงหนึ่งปีตัวอ่อนก็จะอยู่ได้ประมาณหกเดือนซึ่งตัวอ่อนจะสามารถฉีดเข้าไปชิดเบ้าตาได้มากที่สุดด้วยความที่มันอ่อนมากคล้ายน้ำในผิวเราและตัวนี้ก็จะมาตัวที่ใช้ฉีดหลุมสิวได้ฉีดกระจายทั่วผิวสำหรับคนที่ผิวแห้งขาดน้ำ แต่สำหรับตัว E.P.T.Q ไม่มีตัวอ่อนพอที่จะเข้าไปตรงเบ้าตาได้ สำหรับตัวสุดท้ายคือ Volux ตัวนี้นี้แข็งกว่า Voluma มันเกิดมาด้วย Lower faceหรือฉีดคางมันจะดูพุ่ง ๆ หรือฉีดจอไลน์ มันจะดูคมแต่ข้อเสียของ Volux ตั้งแต่ใช้มาคือบวมน้ำมากด้วยความที่มันแข็งถ้าคนไข้เลือกที่จะฉีด Volux คือตัวนี้แพงสุดแล้ว ก็ต้องแล้วแต่คนไข้ว่ามันจะบวมน้ำมาก ต่อไปจะเป็นเรื่องของโบท๊อกกล่องนี้จะเป็น Hugel สแกนบาร์โค้ดเช็คได้ซึ่งโบท๊อกที่นี่เราก็จะมีสองยี่ห้อตัวอเมริกาก็จะเป็น Allergan ซึ่งคำถามที่คนเค้าจะทำไว้ก็คือสองตัวนี้ต่างกันยังไงก็คือต่างกันที่ระยะเวลาตัวเมริกาอยู่ได้หกถึงแปดเดือนเกาหลีอยู่ได้ประมาณสี่ถึงหกเดือนวิธีการที่ฉีดโบท๊อกของดีว่าดีเราจะย้ำให้คนไข้ว่าอย่าเปลี่ยนยี่ห้อบ่อยและจะต้องแจ้งเขาว่าวันนี้เค้าฉีดยี่ห้ออะไร แต่เราจะต้องบอกเพราะว่าถ้าเป็นไปได้รอบหน้าถ้าเค้าไม่ได้ฉีดกับเราพยายามฉีดยี่ห้อเดิมแล้วคลินิกเราก็จะแจ้งจำนวนยูจริง ๆ ตามที่เค้าฉีดด้วย ทั้งสองยี่ห้อเราก็จะมีสติกเกอร์ในการเช็คหน้ากล่องถ้าคนไข้อยากเช็คก็ให้คนไข้เช็คได้ สำหรับคนไข้ที่ฉีดโบท๊อกไปแล้วจะนัดติดตามสองอาทิตย์ที่นัดติดตามสองอาทิตย์เพราะว่ากว่าโบท๊อกจะเข้าในกล้ามเนื้อแล้วมันออกฤทธิ์เต็มที่คือเราจะประเมินทุกเคสเราจะเติมให้เขาฟรี

#ฟิลเลอร์ #ฟิลเลอร์ยกหน้า #ฟิลเลอร์แก้มตอบ

293001341_1011839562810650_6982975210408789216_n.jpg