ฟิลเลอร์กินเนื้อกระดูก

ฟิลเลอร์กินเนื้อกระดูก

     ฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อที่ผ่านเข้ามาในเมืองไทยมีส่วนประกอบคือ Hyaluronic acid เขาทำมาเป็นเจลสกัดมาจากแบคทีเรีย ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็จะมีเทคโนโลยีที่ต่างกันตัวเชื่อมไฮย่าให้มันคงตัว เทคโนโลยีที่เขาผสมผสานมันจะต่างกัน มันจะมีค่า G เป็นตัวกำหนดความหนาแน่น แต่หมอจะพูดให้คนไข้เข้าใจได้ง่ายก็คือเป็นเนื้อแข็ง เนื้อกลาง เนื้ออ่อน หมอต้องศึกษาว่าแต่ละยี่ห้อมีค่า G เท่าไหร่เพื่อให้เราเลือกให้ถูกซึ่งแต่ละยี่ห้อมันจะคล้ายๆกัน ทุกยี่ห้อจะต้องมีตัวแข็งเพราะเขาทำมาเพื่อแก้ปัญหาโครงหน้า ทุกตัวทุกยี่ห้อเป็น Hyaluronic acid  เรียกย่อๆว่า HA แต่ถ้าเป็นเมืองนอกฝั่งยุโรปจะมีฟิลเลอร์ที่ไม่ใช่ไฮย่าแต่จะเป็นแคลเซียม ถ้าใครอยู่เมืองนอกจะได้ยินว่าฟิลเลอร์กึ่งถาวร เป็นแคลเซียมทดแทนกระดูกเราไปเลย ซึ่งมันก็เสี่ยงเพราะว่าถ้ามันเข้าเส้นเลือดไม่รู้ว่ามันจะสลายหายไปหรือเปล่า หลายคนถามว่าฉีดฟิลเลอร์ปลอมแล้วมาสลายได้ไหม หมอก็จะบอกว่ายาสลายทุกวันนี้มันมีฤทธิ์ในการสลายไฮย่า ซึ่งไฮย่าก็มีอยู่ในผิวเราอยู่แล้วในกระดูกเราก็มีมีอยู่ในทุกส่วนของเราเลย ฉะนั้นคำพูดที่บอกว่าฟิลเลอร์เป็นสิ่งแปลกปลอม หมอจึงถามว่าให้ญาติที่อยู่ในร่างกายเรามันคือสิ่งแปลกปลอมหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเวลาที่เราไปกินหมูกระทะไม่กินหมูไปกินเนื้อปลาทำไมคอลลาเจนที่อยู่ในสิ่งเหล่านั้นที่เรากินเข้าไปมันถึงไม่เป็นสิ่งแปลกปลอมล่ะในเมื่อมันคือคอลลาเจนเหมือนกัน หมอย้ำเสมอว่าผิวเราต้องการคอลลาเจนชนิดที่มันเฉพาะทำไมเราถึงไปกินคอลลาเจนจากกระดูกสัตว์แล้วเราไม่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอม ดังนั้นก็ให้เข้าใจแต่ก็อาจจะเป็นคนไข้ใหม่ๆที่เพิ่งมาติดตามหมอ ใครที่ไม่ได้มาฉีดกับหมอแต่ว่ามาติดตามช่องหมอหมอก็ถือว่าเป็นคนไข้ของหมออยู่แล้ว ต้องเข้าใจว่าฟิลเลอร์มันเป็น HA และฟิลเลอร์ที่มันผ่าน อย. ไทยร่างกายเรามันมี HA ตัวนี้อยู่แล้ว เขารู้ว่าร่างกายเรา HA มันลดน้อยลงทุกปี กระดูกของเรามันพรุนจริงส่วนประกอบมันอาจจะเป็นแคลเซียม ในเมื่อเราไม่สามารถเอาแคลเซียมไปวางตรงนั้นได้เราก็ใช้ HA ที่มีความหนาแน่นใกล้เคียงกันกับกระดูก HA ที่มีความใกล้เคียงกันกับกระดูกไปวางไว้บริเวณที่บุ๋ม บางทีการฉีดฟิลเลอร์เราไปยกพยุงเส้นเอ็นด้วยซ้ำมันไม่ใช่แค่กระดูกอย่างเดียว แต่คนที่เรียนมาจริงๆเขาต้องรู้ว่าจุดประสงค์หลัก ความรู้สมัยใหม่เดี๋ยวนี้ฟิลเลอร์ไม่ใช่แค่เติมเต็มพูดให้เห็นภาพเราพยายามจะเอาโครงหน้าเหมือนเดิมของเรากลับคืนมาให้ได้ จุดประสงค์หมอฉีดฟิลเลอร์คืออยากจะให้หน้าของเราย้อนไวไปเหมือนเมื่อก่อนไม่พยายามจะเปลี่ยนแปลงใบหน้า บางทีหมอขอดูรูปเก่าๆด้วยแล้วถามว่าอยากย้อนไปตอนอายุเท่าไหร่ มักจะได้ยินว่าหมอคะเมื่อก่อนมันไม่ได้เป็นแบบนี้แล้วหมอก็จะขอดูรูปเก่า แต่ถ้าเป็นเคสที่อยากจะมาฉีดแฟชั่น แบบนี้จะยากเพราะเราต้องไปดัดทรงเขา แต่ถ้าอยากจะกลับไปหน้าเดิมของเขาอันนี้จะเป็นงานง่ายของหมอ เพราะเวลาเรา Aging มันยังทิ้งของเดิมไว้เราสามารถคาดเดาว่าเขาจะกลับไปเหมือนเดิมยังไง แต่ถ้าของเดิมเขามีปัญหาเป็นเคสที่มีปัญหาอยู่แล้วก็ไม่ยากเราแค่ปรับสัดส่วนให้กลับมาปกติ หน้าไม่เท่ากันเราก็ปรับให้มันใกล้เคียงกันที่สุดแค่นั้นเอง ฉะนั้นถ้าเข้าใจแล้วว่าฟิลเลอร์เป็นไฮย่ากระดูกเราจะไปโดนกินได้ยังไง ชื่อมันเป็นเอซิดจริง แต่มันไม่ได้มีฤทธิ์กัดกร่อนขนาดนั้นถ้าไฮย่ามีฤทธิ์ขนาดไหนครีมที่เราทากันลงไปหน้าเราจะไม่แหกหมดแล้วหรอ ถ้า HA มันมีฤทธิ์ในการกัดกินกระดูกขนาดนั้นทาหน้าคงแหกไปแล้ว เข้าใจที่หมอพูดไหม จริงๆไฮย่าคุณสมบัติของมันก็คือเพิ่มความชุ่มชื่นให้เรา ฉะนั้นมันต้องย้อนกลับไปความรู้เดิมว่าฟิลเลอร์มันคืออะไร ก่อนที่เราจะสงสัยว่ากินกระดูกหรือเปล่า เราก็ต้องหาส่วนประกอบว่าฟิลเลอร์นั้นส่วนประกอบมันคืออะไร เอาให้ย่าออกมาจากขวดพวกครีมต่างๆที่มีขายทั่วไปเอามาทาสิว่ามันกัดกร่อนไหม หมอไม่ได้โกรธที่คนไข้มาถามนะเพราะว่าเมื่อหลายปีก่อนก็มีหมอบางคนที่ไม่เข้าใจและแอนตี้ฟิลเลอร์ เป็นของต่างประเทศบอกว่าคนไข้คนนี้ไปฉีดฟิลเลอร์มาแล้วคางยุบ ซึ่งก็ไม่ได้พิสูจน์ว่ากระดูกมันยุบลงไปได้ยังไงเพราะปกติแล้วกระดูกของคนไข้มันก็ยุบลงทุกปีอยู่แล้ว ซึ่งดราม่าเรื่องนี้ก็มีการถกเถียงกันไปแล้วรอบหนึ่ง ถ้าฟิลเลอร์ทำให้กระดูกยุบคงถูกฟ้องกันไปแล้ว WHO อย. คงไม่ให้ขาย แต่โดยส่วนใหญ่ฟิลเลอร์จริงฟิลเลอร์ปลอมถ้าหากมีข่าวไม่ดีออกมาคนก็จะกลัวกันอยู่แล้ว เมื่อวานมีคนไข้มาหาหมอน่าจะอายุ 47 ปีถ้าจำไม่ผิดกลัวมากกลัวเข็ม ไม่เคยทำอะไรกับหน้าแต่ไม่ไหวแล้วเพราะมีคนทักว่าดูเหนื่อย ฟิลเลอร์ Botox ไม่เคยฉีด แต่ยิ่งกลัวเราก็ต้องยิ่งหาข้อมูลและคนไข้คนนี้ฉีดกับหมอไป 5 ซีซีและฉีดโบท็อกด้วยฉีดไปกลัวไปและเขาก็บอกว่าเจ็บน้อยกว่าที่คิดเอาไว้ หมอชอบน้ำเวลาที่คนไข้กลัวมากๆแล้วพอถึงวันมาทำกับเราแสดงว่าเขาพร้อมที่จะฉีดเต็มที่แล้ว เขารวบรวมความกล้ามาแล้ว ชอบให้คนไข้น้อยมาก่อนคิดไปเลยว่ามันเจ็บคิดไปเลยว่ามันช้ำแต่พอมาทำจริงๆจะแบบมันไม่ได้เจ็บขนาดนั้น และถ้ามีคนไข้ทัก inbox มาถามว่าเจ็บไหมบัวไหมหมอก็จะบอกว่าเจ็บบวม แล้วฆ่าคนไข้ถามว่าจะเจ็บจะบวมอยู่กี่วันหมอก็จะถามกลับไปเลยว่าเวลาเราชนโต๊ะชนเก้าอี้เรามีแผลกี่วัน คำตอบของหมอจะเป็นแบบไม่หลอกลวงคนไข้ มันเจ็บเพราะว่าเข็มมันทิ่มผิว อย่างโบท็อกแสบจะตายแล้วจะบอกว่าไม่เจ็บได้ยังไง แต่คนไม่เจ็บก็คือไม่เจ็บจริงๆแต่หมอคือคนปกติเวลาเข็มมันผ่านหรือยาเข้าผิวมันต้องเจ็บอยู่แล้ว มาเด้ถามว่าเจ็บไหมหมอบอกโคตรเจ็บแต่ถ้าคุณผ่านมาเด้มาได้แล้วทุกอย่างก็คือไม่เจ็บ อาจจะดูแลแต่หมอต้องการพูดตรงๆฉะนั้นถูกแล้วที่คุณเป็นคนกลัวอย่าไปกล้าฉีด หมอจะพยายามไปอ่านงานวิจัยในอินเทอร์เน็ตมาอีกทีเกี่ยวกับฟิลเลอร์

#Filler #ฟิลเลอร์ #ฟิลเลอร์กินกระดูก #ฟิลเลอร์อันตรายมั้ย #หมออ้อย

291701830_1397803587397171_7471574728341848245_n.jpg